
เกี่ยวกับศูนย์ข้อมูลคนหาย
ภายหลังจากที่ "ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมกระจกเงา" ทำหน้าที่สะท้อนภาพปัญหาจากพื้นที่ปฎิบัติงานทางสังคมในตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย มาได้ระยะหนึ่ง เราพบว่ามีการเคลื่อนย้ายประชากรเพื่อไปประกอบอาชีพยังพื้นที่ต่างถิ่นเป็นจำนวนมาก
แต่นั่นคงไม่ใช่ปัญหาสำคัญเท่ากับ การที่พวกเขาไม่ได้กลับบ้านอีกเลย...
 |
จากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลอย่างละเอียดในชุมชนทั่วทั้งตำบลแม่ยาว ทำให้เราพบว่า การหายตัวไปของคนในชุมชน มีแนวโน้มว่าจะถูก "ค้ามนุษย์"
และ เราพยายามค้นหากระบวนการในการช่วยเหลือติดตามคนหายในชุมชน แต่เราไม่สามารถสัมผัสการเข้าถึงความช่วยเหลือดังกล่าวได้เลย ซึ่งนั่นอาจหมายถึง ปัญหาคนหายในประเทศไทย ยังไม่มีกระบวนการในการจัดการปัญหา จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง!!!!
สมมุติฐานใหม่จึงมีขึ้นว่า หากการหายตัวไปของประชากรในตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เพียงตำบลเดียวมีมากถึง ยี่สิบกว่าราย แล้วถ้าพื้นที่ทั้งประเทศไทยจะมีคนหายมากขนาดไหน???
|
กลางปี พ.ศ. 2546 การเดินทางเพื่อแสวงหาคำตอบของปัญหา จึงเริ่มขึ้น พร้อมกับการกลับมาอีกครั้ง ของ "กระจกเงา"ในเมืองหลวง และเป็นก้าวแรกของ "ศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์"
พ.ศ. 2546-2547
เป็นระยะเริ่มต้นของการดำเนินงานศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ ภายใต้การสนับสนุน ด้านงบประมาณจาก มูลนิธิเอเชียและสถานทูตอเมริกาประจำประเทศไทย โดยในช่วงระยะเวลาดังกล่าวมีประเด็นในการดำเนินงานที่น่าสนใจหลายประเด็น อาทิ
. การจัดงานสัมมนา "ครอบครัวคนหาย...วิกฤติชีวิตที่ถูกพลัดพราก"
. ศึกษาประเด็นเรื่อง การนำเด็กมาเป็นเครื่องมือในการขอทาน
. การพัฒนาระบบฐานข้อมูลคนหายและเวปไซค์ประชาสัมพันธ์ติดตาม คนหาย www.backtohome.org แห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย
พ.ศ. 2548-2549
เป็นระยะที่ประสบปัญหาด้านงบประมาณในการดำเนินการ เนื่องจากงบประมาณที่สนับสนุนโดยมูลนิธิเอเชียและสถานทูตอเมริกาสิ้นสุดลงสัญญาลง ทำให้ต้องมีการลดอัตราเจ้าหน้าที่จากเดิม 7 คน เหลือเพียง 2 คนเท่านั้น แต่ทว่าปริมาณงานกลับเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากในขณะนี้ศูนย์ข้อมูลคนหายฯ เริ่มเป็นที่รู้จักของสังคมมากยิ่งขึ้น ทำให้ในแต่ละเดือนมีจำนวนการรับแจ้งและให้คำปรึกษามากกว่าเดือนละ 50 กรณี
ในรอบปี 2548-2549 ศูนย์ข้อมูลคนหายฯ ได้เริ่มดำเนินขยายงานเพิ่มเติมดังนี้
. โครงการศึกษากระบวนการของเด็กที่อยู่ในธุรกิจขอทาน และกระบวนการจัดการปัญหาการขอทานโดยองค์กรภาครัฐ เพื่อ หาแนวทางการช่วยเหลือในประเทศไทย(3เดือน) สนับสนุนงบประมาณโดย UNIAP
. โครงการยุติธุรกิจเด็กขอทาน สนับสนุนโดย ILO
ถึงแม้ว่าศุนย์ข้อมูลคนหายฯ จะได้รับงบประมาณในการขยายงานเพิ่มเติมในเรื่องเด็กขอทาน แต่งบประมาณดังกล่าวไม่มีงบประมาณอัตราเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด ทำให้ผู้ปฎิบัติต้องแบกรับภารกิจทั้งหมดเพียง 2 คน
พ.ศ.2550
ระยะนี้มีการดำเนินงานเชิงรุก โดยพยายามผลักดันให้เรื่องคนหายกลายเป็นประเด็นสาธารณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นการหายตัวไปของ "เด็ก" โดย ศูนย์ข้อมูลคนหายฯ ได้จุดประกายแนวคิดเรื่องควรมี กฏหมายเกี่ยวกับคนหาย ในประเทศไทย
ในรอบปีนี้ ฐานะทางการเงิน ในการดำเนินกิจกรรมของศูนย์ข้อมูลคนหายฯ ถึงขั้นวิกฤติ มีเงินคงเหลือที่สามารถดำเนินกิจกรรมอยู่ได้อีกเพียงไม่กี่เดือน จึงทำให้มีแนวคิดในการระดมทุนจากผู้มีจิตศรัทธาในสังคมภายใต้ชื่อ "กองทุนตามน้องกลับบ้าน"
โดยในรอบปีนี้ได้มีการดำเนินงานที่น่าสนใจ อาทิ
. จัดสัมมนา "วิกฤติแรงงานทาส...ธุรกิจเถื่อนบนเรือประมง"
. ติดตามประเด็น เด็กถูกลักพาตัว
. ติดตามประเด็นการล่อลวงแรงงานประมง
. ทลายธุรกิจ SEX PHONE และภัยเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน
. ริเริ่มโครงการเฝ้าระวังภัยเทคโนโลยีสำหรับเด็กและเยาวชน (IT WATCH)
พ.ศ.2551
ต้นปี พ.ศ. 2551 ศูนย์ข้อมูลคนหายฯ ทำประเด็น "วันเด็กปีนี้...ขอพื้นที่สำหรับเด็กหาย" เพื่อให้สังคมตระหนักต่อปัญหาเด็กหายในสังคม
เดือนมีนาคม 2551 บริษัท manpower ซึ่งเป็นบริษัทด้านทรัพยากรบุคคลระดับโลก ได้ให้การสนับสนุนบุคลากรเพื่อปฏิบัติงานยังศูนย์ข้อมูลคนหายฯ 2 อัตราและสนับสนุนงบประมาณในการติดตามคนหายอีกเดือนละ 10,000 บาท เป็นระยะเวลา 10 เดือน (มีนาคม-ธันวาคม2551)
ในปี พ.ศ.2551 ศูนย์ข้อมูลคนหายฯ มีเป้าหมายในการรณรงค์นโยบายสาธารณะเกี่ยวกับเรื่องกฏหมายคนหายในประเทศไทย และปักธงในการเฝ้าระวังเรื่องภัยเทคโนโลยีที่เป็นเครื่องมือในการล่อลวงเด็ก
ประสบการณ์จากการดำเนินงานศูนย์ข้อมูลคนหายฯ เป็นผลให้เกิดโครงสร้างงานต่อต้านการค้ามนุษย์ ภายใต้ชื่อ "ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์" ซึ่งจะดำเนินงานสืบสวนปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์ในเดือนเมษายน 2551
|
บทบาทและภารกิจ
ศูนย์ข้อมูลคนหายฯ ทำหน้าที่ให้คำปรึกษากรณีการหายตัวออกจากบ้านของคนในสังคม โดยวิเคราะห์ข้อเท็จจริง เพื่อประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐในการดำเนินการติดตามคนหาย ตั้งแต่กระบวนการชั้นพนักงานสอบสวนและกระบวนการสืบสวนเพื่อติดตามตัวคนหาย
นอกจากนี้ ศูนย์ข้อมูลคนหายฯ ยังเป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ข้อมูลคนหายโดยใช้เวปไซค์ www.backtohome.org ตลอดจนการประชาสัมพันธ์ข้อมูลคนหาย |

|
ไปยังสื่อมวลชนและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คนในสังคมร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการติดตามคนหายให้กลับคืนสู่ครอบครัวอย่างปลอดภัยต่อไป
บทบาทที่สำคัญอีกประการหนึ่งของศูนย์ข้อมูลคนหาย คือ การสร้างนวัตกรรม จากประสบการณ์ในการรับแจ้งคนหาย ในรูปแบบของงานด้านวิชาการ เช่น คู่มือในการติดตามคนหายประเภทต่างๆ และคู่มือกฎหมายในการติดตามคนหาย ฯลฯ ทั้งนี้ งานเชิงวิชาการดังกล่าว จะเกิดคุณูปการต่อครอบครัวคนหายโดยตรงในการติดตามคนหายอย่างมีขั้นตอนและแบบแผนที่ถูกวิธี
บทบาทเชิงรุกต่อสังคมของศูนย์ข้อมูลคนหาย อีกประการหนึ่ง คือ การผลักดันประเด็นทางสังคมที่มีผลต่อสภาวะความเสี่ยงในการหายออกจากบ้านของคนในสังคม ให้เกิดการแก้ไขในเชิงนโยบาย โดยให้เกิดผลระยะยาวในการลดจำนวนคนในสังคมที่หายออกจากบ้าน ตลอดจนทำให้เกิดกลไกติดตามคนหายที่มีประสิทธิภาพต่อไปในสังคม
ศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา ในฐานะของเพื่อนร่วมทางของครอบครัวคนหาย มุ่งหวังที่จะเป็นกำลังใจและอยู่เคียงข้างครอบครัวคนหาย ในวิกฤติแห่งการพลัดพราก ซึ่งยังคงเป็นปัญหาหนึ่งของสังคมที่ขาดคนเข้าใจและเหลียวแล.... |