|
รายงานพิเศษ "วาระเร่งด่วน ในวันเด็ก"
สืบเนื่องจากศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา
ในฐานะองค์กรพัฒนาเอกชน
ที่มีภารกิจในการรับแจ้งและประสานงานติดตามคนหายทั่วทั้งราชอาณาจักรไทย
นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 ถึงปัจจุบัน ได้รับแจ้งเหตุ
การหายตัวไปของคนในสังคมเป็นจำนวนมาก
โดยในจำนวนนี้เป็นเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ถึง 1,000 กรณี
หรือเทียบเป็น 63 % ของสถิติคนหายทั่วประเทศ นั่นแสดงให้เห็นว่า
ยังมีเด็กอีกจำนวนมากที่รอการช่วยเหลือเพื่อกลับคืนสู่บ้าน
ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นสภาพปัญหาที่กำลังทวีความรุนแรงมากยิ่ง
ขึ้น ทั้งยังมีความซับซ้อนของปัญหามากขึ้น
และสาเหตุที่นำพาให้เด็กกลุ่มนี้หายตัวไปนั้น
มีอยู่หลากหลายประการด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น การลักพาตัว
การล่อลวงเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศ การล่อลวงเพื่อบังคับใช้แรงงาน
การถูกล่อลวงจากภัยเทคโนโลยี
หรือปัญหาภายในครอบครัวที่ผลักดันให้เด็กหนีออกจากบ้าน
แต่ไม่ว่าจะเป็นการหายไปด้วยสาเหตุใดก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ
การกลับคืนสู่อ้อมกอดของครอบครัวอย่างปลอดภัย
ดังนั้น
ศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา
ขอวอนหน่วยงานภาครัฐ ทั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตลอดจนเครือข่ายสื่อมวลชน
ให้ตระหนักถึงสภาพปัญหา และความสำคัญของเรื่องนี้อย่างจริงจัง
โดยให้ถือว่าเรื่อง เด็กหาย
เป็นวาระเร่งด่วนที่ต้องมีการผลักดันในระดับนโยบาย
ทั้งเชิงป้องกันและมาตรการการติดตามหาเด็ก
โดย
ศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา
มีข้อเสนอแนะแนวทางการดำเนินการเรื่องเด็กหาย ดังต่อไปนี้
1.
ในกรณีที่มีการแจ้งความเด็กหายนั้น พนักงานสอบสวนที่เข้าเวร ณ
ขณะนั้นต้องรีบดำเนินการรับแจ้งความกรณีเด็กหายออกจากบ้านทุกกรณี
โดยต้องไม่ปฏิเสธการรับแจ้งความเด็กหาย
หรือยกเงื่อนไขเรื่องเวลาที่ต้องหายครบ 24 ชั่วโมง
มาเป็นเหตุผลในการไม่ยอมรับแจ้งความ
2.
ควรมีหน่วยงานของภาครัฐที่มีภารกิจในการประสานงานข้อมูลและติดตามกรณีเด็ก
หายและคนหายโดยเฉพาะ
ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของสถานีตำรวจทั่วประเทศในการประสานงานข้อมูลคน
หาย โดยบทบาทและหน้าที่ตรงจุดนี้ ควรเป็นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
มิใช่เป็นของหน่วยงานขององค์กรพัฒนาเอกชน เช่นที่ผ่านมา
3.
ควรมีกฎหมายคนหายในประเทศไทย
เพื่อเป็นแนวบรรทัดฐานในการสืบสวนสอบสวนติดตามเกี่ยวกับเรื่องคนหาย
โดยในระหว่างกระบวนการผลักดันเสนอกฎหมายดังกล่าว
เพื่อเป็นการบรรเทาความเสียหายเบื้องต้น
สำนักงานตำรวจแห่งชาติควรพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบการตำรวจเกี่ยวกับคดี
ลักษณะคนหายพลัดหลงให้เป็นแนวทางสืบสวนสอบสวนเบื้องต้นจนกว่าจะมีกฎหมาย
เกี่ยวกับคนหายในประเทศไทย
4. ในกรณีเร่งด่วน หน่วยงานภาครัฐ
ควรขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนทุกแขนง ในการใช้พื้นที่ประชาสัมพันธ์ภาพ
ซึ่งจะช่วยให้ทราบเบาะแสและติดตามได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
5.
เมื่อเกิดเหตุการณ์เด็กหายโดยเฉพาะในกรณีลักพาตัว หน่วยงานในพื้นที่
อาทิเช่น สถานีตำรวจในท้องที่ โรงเรียน หรือหน่วยงานอื่นๆ
ถือเป็นหน่วยงานสำคัญ
ในการเผยแพร่ข้อมูลความรู้ต่างๆเพื่อเป็นการเตือนภัยเรื่องเด็กหาย
ตามสถานที่ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย
ศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา
ประกาศ ณ วันเด็กแห่งชาติ พ.ศ.2553
|