web_photoshop_01
news
 

ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก มีหนทางในการช่วยเหลือและป้องกันหรือไม่


 
             โดย นพ.ตะวันชัย จิรประมุขพิทักษ์ คณะทำงานช่วยเหลือเด็กถูกทารุณกรรมแบบสหวิชาชีพ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
 

                  เรื่องน่าสลดใจของเด็กที่ถูกทารุณกรรมทางเพศ ปรากฏอยู่ในสื่ออย่างต่อเนื่อง"เด็กชายถูกล่วงเกินทางเพศในร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่" "เด็กหญิงวัย 4 ขวบถูกพ่อเลี้ยงข่มขืน" และข่าวช็อคโลกที่เกิดขึ้นในออสเตรียอย่าง "เด็กสาวถูกพ่อกักขังและข่มขืนจนมีลูกด้วยกัน 7 คน" กรณี เหล่านี้เป็นตัวอย่างของการละเมิดสิทธิเด็กในยุคข้อมูลข่าวสารที่ซับซ้อนและ มีหลายรูปแบบ ไม่มีใครทราบว่าที่ไม่ปรากฏเป็นข่าวนั้นมีอีกมากน้อยเท่าไร ทำให้มีคำถามว่าเราจะมีแนวทางในการช่วยเหลือและป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้หรือ ไม่

การทำความเข้าใจกับปัญหาดังกล่าว จำเป็นที่สังคมควรเข้าใจถึงความสำคัญของการละเมิดสิทธิเด็ก งานวิจัยต่างๆ บ่งชี้ว่า การล่วงละเมิดทางเพศนั้น ก่อให้เกิดผลกระทบตามมาอย่างรุนแรงต่อร่างกายและจิตใจของเด็ก และมีผลต่อเนื่องถึงครอบครัวและสังคม นำไปสู่วงจรอุบาทว์ของปัญหาสังคมที่ไม่สิ้นสุด

                   รายงานจากสหประชาชาติถึงสถานการณ์ความรุนแรงต่อเด็กทั่วโลกเมื่อปี 2006 โดยศาสตราจารย์ Paulo Pinheiroระบุว่า ปัญหาการละเมิดทางเพศต่อเด็กมีอย่างแพร่หลาย พบได้ในสังคมต่างๆ ทั่วโลก การล่วงเกินทางเพศไม่ใช่ข้ออ้างในการแสดงความรักความเอ็นดู หรือเป็นวิธีเลี้ยงดูเด็กที่สังคมยอมรับได้ ในประเทศไทยเองมีการรายงานถึงสถานการณ์การละเมิดสิทธิเด็กที่รุนแรงและแพร่ หลายมานาน และเมื่อไม่กี่ปีมานี้ รัฐได้ออกกฎหมายคุ้มครองเด็ก คือ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 เพื่อมุ่งให้รัฐรับผิดชอบและคุ้มครองให้เด็กปลอดพ้นจากการกระทำรุนแรงหรือ การกระทำอันมิชอบทั้งปวง ไม่ว่าจะเจตนาหรือละเลยระหว่างการดูแลของผู้ปกครองหรือผู้ดูแลมี การรณรงค์และออกกฎหมายอื่นๆ เพื่อให้เด็กกลุ่มนี้ได้รับการปฏิบัติและดูแลจากหน่วยงานต่างๆ ในสังคมอย่างเข้าใจ เช่น มีการพยายามให้การนำเสนอข่าวในลักษณะนี้ทำอย่างระมัดระวัง ไม่ให้สื่อเปิดเผยชื่อหรือหน้าตาของเด็ก พ่อ แม่ หรือบุคคลในครอบครัวที่สามารถสืบสาวไปถึงตัวเด็กได้ และได้มีการพัฒนารูปแบบการดูแลเด็กแบบสหวิชาชีพตามโรงพยาบาลต่างๆ หลายแห่ง เริ่มมีการตั้งคณะทำงานเพื่อดูแลเด็ก ด้วยบุคลากรจากวิชาชีพต่างๆ เช่น กุมารแพทย์ จิตแพทย์ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ ทำงานร่วมมือกับนักกฎหมาย และเจ้าหน้าที่จากองค์กรเอกชน

โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติก็เป็นโรงพยาบาลนำร่องแห่งแรกๆ พัฒนารูปแบบการดูแลเด็กทารุณกรรมแบบสหวิชาชีพ เพื่อให้เป็นรูปแบบตัวอย่างการทำงานแบบสหวิชาชีพ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในสถานพยาบาลอื่นๆ ทั่วไปได้ ประโยชน์ ของการทำงานแบบสหวิชาชีพ เพื่อให้การทำงานมีลักษณะเป็นทีมและครบวงจร เด็กได้รับการดูแลรักษาอย่างรวดเร็วทั้งร่างกายและจิตใจ และช่วยเหลือทางกฎหมายไปพร้อมกัน ลดขั้นตอนต่างๆ ที่ไม่จำเป็นลง ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบด้านจิตใจของเด็ก ที่สำคัญคือการทำงานแบบสหวิชาชีพช่วยให้สามารถเก็บรวบรวมข้อเท็จจริงและหลักฐานทางนิติ เวชได้อย่างรวดเร็วและสมบูรณ์ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด

ฉะนั้น กลไกช่วยเหลือที่ดีจะช่วยให้ตรวจพบปัญหาได้อย่างรวดเร็วและช่วยให้เด็กได้ รับการรักษาอย่างทันท่วงทีและครบวงจร แต่ในทางปฏิบัติแล้วปรากฏว่าการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองเด็กกับกลไกการช่วย เหลือยังไม่สอดคล้องกัน มีผลทำให้การคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็กที่ถูกทารุณกรรมไม่ได้เกิดผลอย่างที่ ควรจะเป็น อุปสรรคต่างๆ ยังมีอยู่หลายด้าน เช่น ระบบการประกันสุขภาพที่ยังไม่ให้สิทธิ หรือไม่เอื้ออำนวยให้เด็กเร่ร่อน เด็กที่ย้ายตามพ่อแม่ที่เป็นแรงงานย้ายถิ่น เด็กไม่มีสัญชาติ หรือมีปัญหาในการแจ้งเกิด เด็กที่ถูกทารุณกรรมจำนวนมากจึงไม่สามารถเข้าถึงการบริการ เพื่อรับแม้แต่การรักษาพยาบาลเบื้องต้นได้

                 การส่งต่อเด็กให้โรงพยาบาลที่มีทีมสหวิชาชีพดูแลก็ยังเป็นปัญหาอยู่มาก หากเด็กคนนั้นโชคดีอยู่บ้างที่มีสิทธิในการรักษาพยาบาลเบื้องต้นจากสถาน พยาบาลต้นสังกัด เด็กอาจไม่ได้รับอนุญาตให้ย้ายไปรักษาต่อในสถานพยาบาลที่มีทีมสหวิชาชีพ โดยได้รับการรักษาแต่ปัญหาทางกายเท่านั้น อาจลืมหรือมองข้ามการช่วยเหลือเด็กในด้านอื่นๆ เช่น การมองหาสาเหตุและการป้องกันการทารุณซ้ำ การบำบัดฟื้นฟูจิตใจ หากพยายามจะรักษาเองก็อาจยังขาดความพร้อมด้านบุคลากร และความกังวลต่อค่าใช้จ่ายที่สูงในการรักษาระยะยาว จึงมีความเสี่ยงสูงที่เด็กจะถูกทารุณซ้ำอีก

แนวทางหนึ่งที่รัฐสามารถกระทำได้คือ การให้สิทธิในการรักษาฟรี (อย่างน้อยก็เบื้องต้น) แก่เด็กที่คณะทำงานคุ้มครองเด็กของสถานพยาบาลรับรองว่าสมควรได้รับการช่วย เหลือ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจประเมิน รักษา และตรวจหาหลักฐานอย่างเร่งด่วน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อาจจัดสรรงบประมาณเพื่อดูแลเด็ก โดยตรง อาจจัดตั้งเป็นกองทุนสำหรับการดูแลรักษาเด็กที่สงสัยว่าถูกทารุณกรรมที่จำ เป็นต้องได้รับการดูแลรักษาในระยะยาว รัฐควรส่งเสริมให้มีการจัดตั้งทีมสหวิชาชีพตามโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศโดยเร็ว เพื่อให้สถานพยาบาลในท้องถิ่นสามารถช่วยเหลือดูแลเด็กและครอบครัวในพื้นที่ ได้เอง

แน่นอนว่า การป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ดีกว่าการปล่อยให้เกิดปัญหาแล้ว จึงแก้ไข นโยบายของรัฐที่เอาจริงเอาจังในการส่งเสริมความแข็งแรงของสถาบันครอบครัว รวมทั้งความพยายามจากหลายๆ ฝ่ายและองค์กรต่างๆ การช่วยรณรงค์ให้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหา การมีมาตรการเฝ้าระวัง การสร้างชุมชนและประชาสังคมที่เข้มแข็งและหลากหลายน่าจะช่วยป้องกันปัญหาได้ ในระยะยาว

เด็ก ถูกล่วงละเมิดทางเพศเป็นปัญหาที่รุนแรงของสังคม จำเป็นที่ทุกคนควรให้ความสนใจอย่างจริงจัง มีนโยบาย-มาตรการการช่วยเหลืออย่างเข้าใจและจริงจัง จะช่วยป้องกันไม่ให้เด็กกลายเป็นปัญหาสังคมต่อไปในอนาคต

 

ที่มา :

วันที่ 08 พฤษภาคม พ.ศ. 2551


อ่าน 3450 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting


 เด็ก 13 ลวง 9 ขวบ ข่มขืนฆ่าปิดปากกลางป่า(SNEW)
 สังคมฟอนเฟะ แม่ขาย-ดญ.14 ให้'แม่เล้าท้อง' หาเงินทำแท้ง!(ข่าวสด)
 พระตุ๊ยเณรไม่มีวัดอยู่ 15 วัน ขาดจากความเป็นสงฆ์(ไทยรัฐ)
 ชาวบ้านผวาไอ้หื่นฆ่าข่มขืน ตร.ยังจับไม่ได้(SNEW)
 รวบ​บิ๊ก​ไอเอ็มเอฟหื่น​ฉาว​โลกบังคับ​ออ​รัล​เซ็กซ์(ไทยรัฐ)

 



กรุณากรอก e-mail

สมัครสมาชิก | ยกเลิก

 

          สถานีประชาชนช่อง TPBS
          ร่วมมือ ร่วมใจ ช่อง NBT
          เรื่องจริงผ่านจอ ช่อง 7
          ร่วมด้วยช่วยกัน
          จส. 100
          สวพ. 91

ศูนย์ข้อมูลคนหาย
เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์
มูลนิธิกระจกเงา 191 ซอยวิภาวดี 62 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210
โทร 02-973-2236-7 ต่อ 104
โทรสาร 02-973-2236 ต่อ 109
E-mail : info@backtohome.org
ดูแผนที่
Design By NgosCyber